บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ เปิดใจ

เหตุผลของการเปิดกว้างนวัตกรรม

หลาย ๆ คนของเราโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราเริ่มแก่ลง ยิ่งจำเป็นต้องที่จะขยายความใจกว้างของพวกเรา ผลการศึกษาใหม่ การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เป็นวิธีการที่ดีที่จะทำเช่นนี้  การเข้าร่วมกันศึกษา ที่มีความสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ จะทำให้มีผลทดสอบได้ดีกว่า คนที่เล่นเกมลับสมองหรือคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลย นี่คืออีกเหตุผลที่ว่า ทำไมบริษัทควรจะผลักดันให้ ความพยายามในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเปิดกว้างมากขึ้นอีก การมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่อยู่นอกเหนือทีมอีกทีมหนึ่ง จะช่วยทำลายขอบเขตเดิมและสร้างความคิดใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหาที่กดดันหรือเร่งด่วนได้ The Daily Idea from Harvard Business Review May 08, 2014 Yet Another Reason For Open Innovation Many of us, especially as we get older, want to expand our mental capacities. According to a new study, social interaction is a great way to do this. Study participants who interacted with each other performed better on a test than those who either played brain games or did nothing at all. It’s yet another reason why compani...

ให้เดินแทนการหยุดพักสมอง

เรากำลังถูกสอนให้เชื่อว่า เรื่องเลวร้ายมักจะเกิดขึ้นที่โต๊ะทำงานเรา แต่การออกมาข้างนอกที่ทำงาน สามารถกระตุ้นผลผลิตได้ งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการเดิน ไม่ได้เป็นเพียงแต่การออกกำลังกาย หรือผ่อนคลายอารมณ์ แต่ช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ ทำให้อารมณ์ดีขึ้น ยังช่วยจุดประกายความคิดใหม่ ๆ หากคุณกำลังฟุ้งซ่านอย่างต่อเนื่องที่โต๊ะทำงาน จากอีเมล์หรือเพื่อนร่วมงานที่มารบกวน การเดินสามารถช่วยให้มุ่งเน้นเฉพาะเรื่องได้ การเดินคนเดียวโดยลำพังช่วยฝึกซ้อมการนำเสนอ เตรียมจิตใจพร้อมกับการพบปะเจรจาเรื่องที่ยุ่งยาก เตรียมพร้อมสำหรับการสนทนาเรื่องยุ่งยาก หรือครุ่นคิดกับการแก้ไขปัญหาที่ยากเย็น การเดินยังเป็นเรื่องสุดยอดด้านความเป็นมืออาชีพ ในการเปิดใจซึ่งกันและกันในการพูดคุยเจรจาอย่างแท้จริง ช่วงที่เดินพลางคุยพลางไปด้วยกันนั้น อาการเกร็งจะลดลงและการพูดจาน่าเชื่อถือจะมากขึ้น การมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของทิวทัศน์ระยะไกล จะมีประสิทธิภาพมากกว่าแผ่นกระดานไวท์บอร์ด ที่ใช้ระดมความคิดเห็นในการร่วมมือกัน ดังนั้นเมื่อคุณต้องการจะเห็นบางเรื่องสำเร็จ ต้องลองก้าวเท้าออกเดินจริง ๆ ก็จะได้รับ Managem...

แบบอย่างการทำงาน

ทุกคนต่าง ต้องสร้างจุดสมดุลให้ได้ ระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัว ในฐานะผู้จัดการมี วิธีที่จัดการกับ ความท้าทายเหล่านี้ที่มีอิทธิพลกับทีมงาน เพราะลูกน้องกำลังมองหาสัญญาณ ที่บ่งชี้ว่าเจ้านายจะอนุญาต เรื่องใดที่สามารถทำได้เลย กับเรื่องใดที่ควรลงมือทำ   นี่คือวิธีการที่สามา รถเป็นตัวอย่างที่ดี เปิดใจ พูดตรงไปตรงมา เกี่ยวกับความท้าทายตนเอง และกลยุทธ์ ที่เหมาะสม ใันการทำงาน การใช้ชีวิตกับครอบครัวและชีวิตส่วนตัว ให้ลูกน้อง เห็นว่าเจ้านายเป็น มากกว่าเพียงแค่คนที่บ้างาน ชื่นชมลูกน้องทุก คน ให้ยอมรับความจริงที่ว่าทุกคนที่ทำงานร่วมด้วย ต่างมีชีวิตส่วนตัวที่นอกเหนือจากงานประจำ ส่งเสริมให้มีการ พูดคุยเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานประจำระหว่าง เพื่อนร่วมงาน เต็มใจที่จะลองเสี่ยง ขอให้ลูกน้องที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงาน ลอง เพิ่มขีดความสามารถในการทำงาน เพื่อให้ผลงานบรรลุผลลัพท์ เพิ่มขึ้น ให้ลูกน้อง มีส่วนร่วมในการออกแบบ/วางแผน และแนวทางปฏิบัติงานเพื่อแก้ไขปัญหา ลูกน้องต่างกำลังมุ่งมั่นที่จะทำงานให้สำเร็จ เรียบเรียบจาก Harvard Business Review, Management T...

สอนตนเองให้มีมุมมองทั่วโลก

ผู้จัดการ ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการทำงานข้ามวัฒนธรรม เป็นที่ต้องการเป็นอย่างมากในทุกวันนี้ ถ้า โชคดีที่บางทีไ ม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ ในต่างประเทศอย่างกว้างขวางหรือพูดได้หลายภาษา เพื่อจะได้มีมุมมองได้ทั่วโลก นี่คือ สามวิธีที่จะขยายมุมมอง ของตนเอง สังเกต   ปลูกฝังความ อยากรู้อยากเห็น เกี่ยวกับ เรื่องราวต่าง ๆ ของสถานที่ทำงาน ถาม เพื่อนร่วมงานต่างชาติให้มากเข้าไว้ และอย่าคิดว่าตนเองรู้คำตอบเหล่านั้น ศึกษา การศึกษาอย่างเป็นทางการ ด้าน ประวัติศาสตร์โลก เศรษฐศาสตร์ การเมืองและ ธุรกิจระหว่างประเทศ จะช่วยขยายมุมมองของตนเอง แ ต่ การศึกษาที่ ไม่เป็นทางการ จะ เป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่า การ อ่าน วรรณกรรมต่างประเทศ การชมภาพยนตร์ต่างประเทศและเรื่องอื่น ๆ   เปิด ใจ เข้าใจถึงความสำคัญ ของการนำเสนอส่ิงที่ดีที่สุด ของผู้คนเหล่านั้นโดยไม่คำนึงถึง ที่ที่พวกเขา มา หรือจากภาษาที่พวกเขาพูดจาสื่อสาร เคารพ และสำรวจวัฒนธรรมอื่น ๆ   ยินดี รับรู้ประสบการณ์ใหม่ ๆ  และไขว่คว้าโอกาสที่จะทำงานร่วมกับคนเชื้อชาติอื่น เรียบเรียงจาก Harvard Business Review, Management tip of the...

เตรียมเรื่องราวก่อนสัมภาษณ์

อย่าไปสัมภาษณ์งานโดยไม่เตรียมเรื่องราวให้ดีก่อน เรื่องราวที่จะบอกเล่ากับผู้สัมภาษณ์ เหล่านี้ ควรจะมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่มีคุณธรรม ในตอนจบของการบอกเล่าเรื่องราว ให้นำเสนอทักษะ ที่เกี่ยวข้องกับ ตำแหน่งงาน ที่สมัครด้วย ทำให้การเล่า เรื่องราวได้ทำหน้าที่ืืทั้งสองด้าน เรื่องราวเหล่านี้ ควรจะ แสดงให้เห็นถึงงานที่ดี ที่สามารถจะทำได้กับ บริษัทแห่งนี้ และ ควรจะแสดงให้เห็นถึง ความจงรักภักดี ความน่าเชื่อถือ หรือการทำงานหนัก คุณลักษณะ ส่วนบุคคลบางเรื่องก็ให้ข้าม ๆ ไปเสีย ต้องมีเรื่องราวความล้มเหลวที่พร้อมบอกเล่าด้วย อย่า โกหกและพร้อมพูดคุยเปิดใจเกี่ยวกับแนวโน้ม ส่วนตัว เช่น  " ทำงานหนักเกินไป " ให้เลือกเรื่องราว ที่แท้จริงที่สามารถ เรียนรู้ได้ เรื่องราวเหล่านี้จะสร้างความประทับใจกับผู้สัมภาษณ์ ไม่ใช่ลดความน่าเชื่อคนสัมภาษณ์ มันเป็น โอกาสที่ดีที่ผู้สัมภาษณ์ อาจจะขอให้คนสัมภาษณ์พูดคุยเกี่ยวกับ เรื่องความอ่อนแอหรือความล้มเหลวในอดีต หรือเรื่องราวอื่น ๆ อยู่แล้ว มันเป็นเรื่องที่ดีกว่ามาก ที่จะเตรีิยมการพร้อมไว้ก่อนล่วงหน้า แทนการเผชิญหน้ากับการตอบแบบไม่เตรียมการเลย ...