บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ เลวร้าย

ระบบราชการไม่ได้เลวร้าย

ระบบ ราชการ - มักจะเป็น คำที่ใช้เพื่ออธิบาย สิ่งที่ไม่ดีเกี่ยวกับ บริษัทขนาดใหญ่   เทปสีแดง นโยบายที่เข้มงวด   และความเย็นชา/เป็นขั้นเป็นตอนในการทำงาน ทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหมดสร้างความวุ่นวาย/มั่ว ให้กับพนักงานและลูกค้าเหมือนกันหมด แต่บางครั้ง ความโกรธ ของคนเราผิดที่ผิดทาง ระบบราชการโดยภาพรวมทั้งหมดแล้ว เป็นหนทางเดียวในการ สร้างมาตรฐาน กระบวนการทำงานและ นโยบาย   ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี (และเป็น สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง) แต่สาเหตุของปัญหาไม่ใช่ระบบราชการ แต่เป็นเรื่องการ ขาดความรับผิดชอบต่อระบบ ตัวอย่างเช่น ความล่าช้าในการจ่ายเงิน ทำให้คนเราไม่พอใจหรือเดือดร้อน ดั งนั้น บางที เราควรจะหยุดพูดเกี่ยวกับ ระบบราชการในแง่เลวร้าย เรียบเรียงจาก  The Daily Idea from Harvard Business Review, October 24, 2013 Bureaucracy’s Not Such a Bad Thing Bureaucracy — it’s the word we use to describe what’s bad about big companies: the red tape, the draconian policies, and the glacial pace, all of which can be frustrating for employees and customers alike. But sometimes o...

จีนชะลอตัวเศรษฐกิจไม่ใช่เรื่องเลวร้าย

จีนมีประสบการณ์ในเรื่องการเจริญเติบโตไร้ทิศทางเป็นอย่างมาก   แต่สิ่งที่ ดูเหมือนว่าจะชะลอตัวลงสำหรับตลาดที่เกิดขึ้นมาใหม่ และจะยังคงจำเป็นที่จะต้องทำเช่นนั้น จากอัตราการเจริญเติบโต ของ GDP 10% เหลือ GDP ที่ 7.5% เป็นการ ลดลง อย่างมีนัยสำคัญ จีน ควรเช่นนั้นหรือไม่ และชาติที่เหลือของระบบเศรษฐกิจโลก เป็นการเตือนภัยที่น่า ตื่นตระหนกกับ แนวโน้มนี้หรือไม ?  อาจจะไม่ ใช่ จีนกำลังจัดการกับปัญหาเศรษฐกิจที่แท้จริงในบางเรื่อง การ ใช้จ่ายผู้บริโภค น้อยเกินไป การทุจริตภายใน การใช้จ่าย รายการอื่นที่ระบุ แต่ มันจะทำให้จีนอยู่ในร่องในรอยมากกว่าที่ควรจะเป็น ทำไม? ผลการ ชะลอตัวลงทางด้านเศรษฐกิจ เป็นเรื่องเลวร้าย สำหรับบรรดา ประเทศที่มีเป็นกลุ่มแนวหน้า/ชั้นนำของโลก แต่สำหรับ จีนแล้ว  ในทางกลับกัน มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว ในที่สุด มันเป็นเรื่องที่ถึงเวลาแล้วที่จะต้องทำเช่นนั้น เรียบเรียงจาก Harvard Business Review, Management Tip of the Day,August 07, 2013 China's Slowdown May Not Be as Bad as It Looks China has experienced a ridiculous amount of growth. But things ...

ร่วมหัวจมท้ายกับความเสี่ยง

ภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยทำให้คนเรา ให้ความสำคัญกับสิ่งที่กำลังจะสูญเสีย มากกว่าสิ่งที่จะได้รับ แต่ถ้าไม่มีความเสี่ยงบ้าง จะไม่มีการสร้างสรรค์นวัตกรรม หรือไม่มีการเจริญเติบโตสำหรับบริษัท เพื่อช่วยให้คนอื่นยอมรับความเสี่ยง ให้คิดในแง่มุมของพวกเขา แสดงให้เรื่องน่ากลัวที่จะเกิดขึ้น ถ้าพวกเขาพยายามจะหลีกเลี่ยง ให้ชี้นำความคิดที่ก้าวหน้าต่อไป ความสำเร็จที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ด้วยการก้าวไปข้างหน้า แต่ไม่ใช่การถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง คนสมัยนี้จะไม่ทำให้สถานะการณ์เลวร้ายขึ้น เว้นแต่จะแสดงให้เห็นว่า ตอนนี้สถานะการณ์กำลังเลวร้ายอยู่แล้ว เรียบเรียงจาก Harvard Business Review, Management Tip of the Day, AUGUST 10, 2011 Convince Others to Embrace Risk The recession caused people to focus on what they had to lose, rather than what they had to gain. But without some risk-taking, there is no innovation or growth for your company. To help others embrace risk, pitch ideas in their terms. Show them the horrible mistake they'll avoid by seizing your forward-thinking idea. Position it not as getting out in front...

จัดการหัวหน้าเฮงซวย

มีความแตกต่างระหว่างหัวหน้างานที่ดี ที่ผลักดันลูกน้องอย่างจริงจังเพื่อให้ได้ผลงาน กับหัวหน้างานเฮงซวยที่ชอบรังแกลูกน้อง โดยใช้วิธีการข่มขู่/สร้างความหวาดกลัว เพื่อให้ได้สิ่งที่มันต้องการ องค์กรไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด ที่ต้องจ่ายเงินให้กับหัวหน้าเฮงซวยประเภทนี้ คนเฮงซวยพวกนี้ทำให้องค์กร มีค่าใช้จ่ายด้านการผลิต และสร้างยาพิษทางอารมณ์ให้กับลูกน้อง นี่คือ วิธีการที่จะแยกแยะความแตกต่าง ระหว่างหัวหน้างานที่ดีชอบรับภาระหน้าที่ กับหัวหน้างานที่อัปรีย์ชอบรังแกลูกน้อง เผชิญหน้า จัดการประชุมฉุกเฉินทันทีทันควัน ในกรณีมีเหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่าง หัวหน้างานเฮงซวยกับลูกน้องผู้เคราะห์ร้าย รวบรวมพยานหลักฐานให้ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การประชุมครั้งนี้ มีการเปิดหน้ากากคนชั่ว เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นเรื่องราวที่สดสดร้อนร้อน แทนการวางแผนจับผิด หัวหน้างานเฮงซวยในภายหลัง วิเคราะห์และจัดการ ใช้กรอบการวิเคราะห์ แบบมุมมองด้วยสายตาของคนภายนอก เพื่อประเมินสถานการณ์ว่า มีเหตุการณ์เกิดขี้นจริง มีการกลั่นแกล้งลูกน้อง จดบันทึกพยานหลักฐานไว้เป็นลายลักษณ์อักษร แทนการใช้หลักฐานที่เป็นคำบอกเล่า เปิดเผย หัวหน้าเฮงซวยมักจะใช้ควา...

คืนสุ่ดุลย์บนทางด่วน

ในปี 1994 มีแผ่นดินไหวขนานใหญ่ในเขตพื้นที่ลอสแอลเจลิส ทำให้ถนนหนทางและสะพานลอยที่ใช้กับทางด่วนเสียหาย มีผลกระทบต่อการเดินทางปรกติของผู้ขับขี่หลายหมื่นคน ผลที่ตามมาคือ ตัวอย่างของกรณีศึกษาเกี่ยวกับ แนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนของบุคคลทั่วไป ที่เกี่ยวกับการตัดสินใจของกฎการชดเชยในการเดินทางไปทำงาน ทันทีทันใดภายหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว มีความวิตกกังวลกันมากเกี่ยวกับผลกระทบด้านจราจร ที่ผู้ขับขี่จะต้องกลับเข้าไปใช้เส้นทางปกติที่แออัดหรือจราจราติดขัด หริอต้องอ้อม หรือหลีกเลี่ยงเส้นทางปกติของเมือง เจ้าหน้าที่รัฐและสำนักข่าวต่างย้ำเตือน ให้ผู้ขับขี่บนท้องถนนต้องยอมรับความล่าช้า และแนะนำให้หลีกเลียงการเดินทางที่ไม่จำเป็น วางแผนการเดินทางเสียใหม่ ก่อนหรือหลังเวลาเร่งด่วน หรือ ใช้ขนส่งมวลชนแทน แต่การเตือนดังกล่าวกลับไม่ได้ประสิทธิผลตามที่คาดหมาย เพราะโดยความเป็นจริง ประชาชนหลายคนเอาใจใส่ และระมัดระวังในช่วงระยะแรกเพียงไม่กี่วันหลังจากแผ่นดินไหว แต่สำหรับผู้ที่ขับขี่ที่ใช้เส้นทางปกติเป็นประจำ กลับพบว่า การขับขี่ไปกลับที่ทำงานบนเส้นทางจราจรเร็วกว่าปรกติมาก แน่นอนสภาวะการณ์ดังกล่าวเป็นอยู่ได้ไม่...