บทความ

แน่ใจหรือว่าไม่ใช่เจ้านายประเภทจู้จี้จุกจิก

ถ้าคุณชอบเป็นเจ้านายประเภทจู้จี้จุกจิก ชอบจับตาดูพนักงานแบบไม่วางตา แน่นอนคุณไม่ตระหนักถึงส่ิงที่คุณกำลังทำอยู่แต่อย่างใด สัญญาณบางอย่างควรจะทำให้ชัดเจน เพราะคุณไม่พอใจกับการส่งมอบงานที่ยอมรับได้ คุณรู้สึกว่าผิดหวังเมื่อได้ทำสิ่งที่แตกต่างออกไปกัน คุณตรวจตราอย่างมากในรายละเอียด และมีความภาคภูมิใจที่ได้ทำการแก้ไข คุณต้องการให้ Cc สำเนาส่งถึงบนอีเมล์ ในขณะเดียวกันคุณต้องการให้แน่ใจว่า งานทุกอย่างเป็นไปด้วยดีและเรียบร้อย คุณไม่จำเป็นต้องลงลึกไปในรายละเอียดทุกเรื่องตลอดเวลา เพราะเป็นการทำลายขวัญกำลังใจและประสิทธิภาพของทีมงาน หยุดการกระทำแบบจูจี้จุกจิกจับตาพนักงานแบบไม่วางตา ให้เริ่มต้นด้วยการลดละเลิกรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในช่วงแรกทำใจได้ยากและลำบาก แต่ข้อสำคัญคือทำบ่อย ๆ ทำน้อย ๆ ครั้ง บอกพนักงานว่าคุณต้องการผลลัพธ์สุดท้ายที่ควรเป็น แต่ไม่ให้คำแนะนำทีละขั้นตอนว่าใครควรทำ ควรมี ควรได้ เน้นการระบุคนทำงานเพื่อไปสู่เป้าหมายความสำเร็จ ให้บรรดาทรัพยากรและการสนับสนุนการทำงาน และให้เกียรติ/ประกาศชื่อเสียงคนทำงานเมื่องานแล้วเสร็จ The Management Tip of the Day from Harvar...

อย่าพูดเรื่องเงินเดือนในช่วงสัมภาษณ์งาน

ในช่วงตอนไล่ล่าหางานทำ อย่าพูดเรื่องเงินเดือนก่อนเวลาที่เหมาะสม เพราะบริษัทไม่ต้องการจ้างคนที่เห็นแก่เงิน หรือเห็นแก่ผลประโยชน์ก่อน พวกเขาต้องการรู้เรื่องอะไรบ้าง ที่คุณจะไปช่วยงานพวกเขาได้ ไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการในการมาทำงานที่บริษัท ให้นิ่งก่อน อย่าเพิ่งถามเกี่ยวกับค่าตอบแทน จนกว่าจะได้รับข้อเสนอว่าจ้าง เวลาที่ดีที่สุดในการพูดคุยเงินเดือนคือ เมื่อคุณมีอิทธิพลในเรื่องงาน และคุณมีอิทธิพลที่มีชัยในเรื่องการทำงานชัดเจน แน่นอน คุณอาจจะถามความต้องการเงินเดือนก่อน หรือ ระหว่างการสัมภาษณ์ ในเรื่องคำถามเรื่องนี้ ไม่ใช่คำถามที่หลบหลีกได้ง่าย ๆ ให้เตรียมคำตอบที่สั้น ๆ และชัดเจนอย่างมืออาชีพว่า " เรื่องเงินเดือนของผมต่อรองได้ " ถ้าคุณกำลังจะบอกเรื่องเงินเดือน ให้ทำเป็นเรื่องสำคัญเล็กน้อย เช่น " เรื่องนี้ถ้าสรุปอย่างย่อ ๆ เป็นเรื่องที่ผมกำลังทำอยู่ แต่งานที่คุณสัมภาษณ์ผม กับแตกต่างกับงานเดิมอย่างชัดเจน " ถ้าผู้ว่าจ้างงานต้องการคุณมาก ให้พูดว่า "ผมกำลังสัมภาษณ์งานกับบริษัทที่เสนอเงินเดือน X โครงการนี้คุณสามารถเห็นได้ด้วยตนเองในท้องตลาด" ...

สร้างความผูกพันพนักงานเก่าเป็นลำดับแรก

เพื่อเพิ่มแรงจูงใจ ประสิทธิภาพ และความภักดี บริษัทจำเป็นต้องมีภาระงานที่ดีกว่าในเรื่องความผูกพัน เรื่องคุณค่าและการเติบโตของคนทำงาน ให้เริ่มต้นด้วยการยอมรับพนักงานรุ่นเก่า และการใช้ประสบการณ์ของพวกเขา ตรวจสอบพนักงานแต่ละคน และถามประเด็นปัญหาเรื่องอะไร ที่พวกเขาทำงานที่เฉพาะเจาะจงได้ สอบถามข้อมูลย้อนกลับก่อนตัดสินใจครั้งใหญ่ พิจารณาให้ภาระงานที่ต้องติดต่อ กับลูกค้าเพิ่มขึ้นในบทบาทพนักงานส่วนหน้า หรือติดต่อกับลูกค้าภายในองค์การ งานวิจัยยังแนะนำว่า การให้พนักงานสูงอายุ และเยาวชนร่วมกันทำงาน ช่วยให้ทั้งสองกลุ่มทำงานดีขึ้น เพราะพวกเขาต่างวัยกันในช่วงชีวิต ดังนั้นพวกเขาจะไม่แข่งขัน แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน แต่จะเป็นพันธมิตรที่ดีร่วมกัน เพราะพวกเขามีผลประโยชน์ร่วมกัน ดังนั้นมีแนวโน้มที่ดีว่า พวกเขาต่างช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และจัดตั้งทีมงานที่ดีขึ้นมา The Management Tip of the Day from Harvard Business Review January 28, 2015 Make Engaging Your Older Workers a Priority To increase motivation, performance, and loyalty, companies need to do a much better job o...

อย่าหลีกเลี่ยงประเด็นปัญหาของทีมงาน

ปัญหาที่คนเรามักจะสร้างขึ้น คือทำให้เกิดเรื่องท้าทาย ทำให้ยากที่สุดกับการบริหารโครงการ แทนที่จะพยายามละเว้น ปฏิเสธ หรือหลีกเลี่ยงพวกเขาในเรื่องต่าง ๆ คุณต้องจัดการแก้ไขอย่างรวดเร็ว และตัดสินใจเรื่องราวต่าง ๆ ก่อนที่เรื่องราวจะบานปลาย ระบุปัญหาที่เฉพาะเจาะจง ให้คิดเกี่ยวกับสาเหตุที่เป็นไปได้ และผลกระทบที่มีต่อทีมของคุณ หลังจากนั้นลงมือดำเนินการ ตัวอย่าง ถ้าเกิดความขัดแย้งด้านบุคลิกภาพ หรือลักษณะการทำงานทำให้เสียเวลา และลดทอนประสิทธิภาพในทีมงาน ให้เสนอวิธีแก้ปัญหา ไม่ใช่ตำหนิติเตียน ให้โฟกัสเป้าหมายโครงการของทีมงาน อย่าใช้ความรู้สึกส่วนตัวหรือเรื่องส่วนตัว ถ้าสมาชิกในทีมมีความเป็นเพื่อนมากเกินไป ให้จัดระเบียบกลุ่มย่อย ที่คอยรบกวนขัดขวางกลุ่มที่ทำงานใกล้ชิดกัน เน้นการสังสรรค์หลังเลิกงานสำหรับพนักงานทุกคน ให้ความสนใจเกี่ยวกับสัญญาณเล็กน้อย เช่น สมาชิกในทีมที่เพิ่มอาการหงุดหงิดฉุนเฉียว สูญเสียความกระตือรือร้น หรือมีความยากลำบากในการตัดสินใจ กระตุ้นนำประเด็นปัญหาเหล่านี้อย่างรวดเร็ว วิธีการเดียวที่คุณจะตอบโต้ปัญหาต่าง ๆ คือการสื่อสารกันบ่อย ๆ มีการพูดคุยประจำว...

ตั้งเวลานอนเพื่อให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น

พวกเราหลายคนต่างนอนหลับไม่เพียงพอ เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงแต่เรื่องการทำให้เกิดความไม่สะดวก แต่ทำร้ายอารมณ์ของคนเรา ทำให้ความจำเลอะเลือน ทำให้สติปัญญาเสื่อมถอย ทำให้คนเราอ่อนแอและวิตกจริต วิธีการดำเนินการที่ดีที่สุด คือ เราต้องพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพราะคนเราส่วนมากมักนอนไม่หลับเมื่อเลยเวลานอน ทางเลือกทางเดียวคือการเข้านอนแต่เนิ่น ๆ แต่พวกเรามักจะไม่ปฏิบัติแบบนี้ พวกเรามักจะนอนดึก เพราะเป็นช่วงเวลาที่เราไม่ได้ทำงาน (ว่างเว้นจากงานประจำวันมีเวลาว่าง) ให้เริ่มติดตามผลการใช้เวลาหลังเลิกงาน ให้ลองคิดว่าทำอย่างไรคุณสามารถย้อนเวลากลับ (อย่าไปสนใจการอ่านคร่าว ๆ ใน Facebook) หรือการมีกิจกรรมที่เพลิดเพลินกับการดูทีวีก่อนหน้านี้ ระบุเวลาที่แน่นอนที่คุณต้องเข้านอนแล้ว ทำตนเองให้พักผ่อนก่อนนอน 30 นาที ด้วยการนอนผ่อนคลายก่อนจะหลับจริง ให้อ่านเรื่องราว/นิยายที่ทำให้คุณมีความสุข ลดอุณหภูมิภายในห้องให้ไม่ร้อนเกินไป และหลีกเลี่ยงแสงสีน้ำเงิน (ชนิดเกิดจากจอคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน) The Management Tip of the Day from Harvard Business Review January 26, 2015 Set a Bedtime and Stick...

ความผูกพันมากขึ้นอยู่ที่ผู้นำ

เรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งคือ การปลูกฝังความเชื่อ ด้วยพลังอำนาจการสร้างความผูกพันทั่วทั้งบริษัท ขั้นตอนแรกคือ การมีภาวะผู้นำที่สร้างความผูกพัน ให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ โดยมุ่งเน้นไปที่ขั้นตอนที่สำคัญ 4 ประเด็น หลักขั้นแรก วัดระดับความผูกพันผ่านการสำรวจ แต่ถ้าคุณไม่สามารถจัดการในสิ่งที่วัดได้ ก็อย่าเสียเวลาไปวัด ขั้นตอนถัดไป พัฒนาการสร้างความผูกพันของผู้นำ มีการประชุมเชิงปฏิบัติการและชี้แนะนำทาง เพื่อช่วยให้บรรดาผู้จัดการสร้างพฤติกรรม สร้างความผูกพันมากกว่าทำตามนิสัยแบบเดิม หลังจากนั้น เลือกผู้นำที่สร้างความผูกพัน เพื่อเติมเต็มบทบาทที่สร้างผลกระทบสูง (ทำให้องค์กร/พนักงานเกิดการกระเพื่อม) โดยใช้เครื่องมือเช่น การประเมิน 360 องศา ประมาณการว่า ใครที่สามารถพัฒนา ทักษะสร้างความผูกพัน ให้รางวัลสำหรับการบรรลุผลการสร้างความผูกพัน ระบุเรื่องการสร้างแรงจูงใจเพื่อสำรวจความผูกพัน ที่อาจจะเป็นเรื่องที่มีความยุ่งยาก แต่ทั้งนี้คุณต้องจริงจังเกี่ยวกับการยอมรับ ผู้นำที่สร้างความผูกพันกับพนักงาน และจัดการกับผู้นำที่ไม่สร้างความผูกพัน The Management T...

อย่าเพิ่งเชื่อข้อมูล

ผู้จัดการไม่ควรวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องหน้าว่ามีความสำคัญ แม้มันดูเหมือนว่าล่อตาล่อใจว่าจะเป็นข่าวดีก็ตาม โดยความเป็นจริง เมื่อข้อมูลมาถึงแล้ว ให้ตั้งข้อสงสัยก่อนว่าอาจจะมีข้อผิดพลาด ตัวอย่างเช่น ถ้าบริษัทเห็นว่า ตัวเลขการเยี่ยมชมเว็บไซต์เพิ่มขึ้น มันอาจจะล่อลวงให้มีการเฉลิมฉลอง และควรลงมือทำอะไรบางอย่าง แต่ถ้าบางอย่างดูดีเกินกว่าที่จะเป็นจริง ถ้ามีการดำดิ่งลงในข้อมูลอย่างลึก ๆ อาจจะเป็นคนละเรื่องคนละราวเลยก็ได้ เมื่อมีการใช้งานในโทรศัพท์มือถือเปิดกว้างมาก และถ้าบริษัทที่มีความสนใจในแพลตฟอร์มโทรศัพท์มือถือ ควรมีการดูแลตรวจสอบอย่างใกล้ชิดในเรื่องของกลยุทธ์ ขุดค้นลึกเข้าไปในเรื่องข้อมูลต่าง ๆ ทำให้แน่ใจว่า ถูกต้อง และมั่นใจว่า คุณเข้าใจกระบวนการวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ให้แสวงหาแหล่งข้อมูลที่สำเร็จรูป/เชื่อถือได้ และพัฒนาวิธีการใหม่ ๆ เพื่อสำรวจภูมิปัญญาดั้งเดิม และเมื่อถึงเวลาตัดสินใจแล้ว ให้ทำเช่นนั้น และตรวจสอบดูผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นและทบทวนพัฒนาการที่เกิดขึ้น The Management Tip of the Day from Harvard Business Review January 22, 2015 Be Skeptical of Your Data Man...